สงกรานต์ปีนี้ใครทำอะไร ที่ไหน เราไม่สน เราขออิ่มท้องกับญาติๆ ก็พอใจแล้ว 555 เนื่องจากสัปดาห์หน้ามีโปรแกรมไปเที่ยวรออยู่ สงกรานต์ปีนี้จึงขอเที่ยวเบาๆ ในบางกอกกับญาติๆ ก็พอ และด้วยเหตุนี้ ทริปนี้จึงเป็นทัวร์กิน กิน กิน และกิน สามวันติด (13-15 เม.ย. 54)
 
แต่เนื่องจากทัวร์วันแรกที่ร่วมแรงร่วมใจกันขับรถถ่อไปถึงดอนหอยหลอดเพื่อหวังจะหม่ำอาหารทะเลให้สมใจอยากที่ "ร้านนายเป๋า" ไม่ประทับใจอย่างแรง ทั้งความล่าช้า และอาหารไม่สด จึงขออนุญาติข้ามไปวันที่ 14 เม.ย. ที่รวมกันใหม่ไปทานเหลาที่โรงแรม SC Park Hotel ซึ่งแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเหลา ราคาก้อแพงแน่นอน แต่ไม่เป็นไรค่า...เพราะมีคนเลี้ยง อิ อิ ว่าแล้วเรามาเริ่มหม่ำกันเลยดีกว่า.....
 
เริ่มจากทางเข้า จะมีทางเข้าห้องอาหารอยู่หน้าโรงแรมเลยค่ะ อยู่ทางฝั่งซ้ายสุดของตัวตึกนะคะ
 
 
และเนื่องจากเป็นวันสงกรานต์ ทางห้องอาหารจึงจัดพระแก้วมรกตไว้ให้สรงน้ำเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองด้วยค่ะ...สาธุ...
 
 
ภายในก็เหมือนภัตตาคารทั่วไปค่ะ เนื่องจากไปเป็นโต๊ะแรก ไม่มีลูกค้าโต๊ะอื่นเลย เลยเขินมากและไม่รู้ว่าเค้าจะอนุญาตให้ถ่ายรูปหรือเปล่า เลยไม่ได้ถ่ายรูปภายในห้องอาหารให้ดูเลย เรามาเริ่มที่อาหารกันเลยดีกว่า...
 
 
สิ่งแรกที่จะมาเสิร์ฟเลยคือเครื่องดื่มค่ะ มีให้เลือกทั้งชาร้อน ชาเย็น เก๊กฮวย วันนี้อากาศร้อนมาก ขอจัดหนัก รับครื่องดื่มสองชนิดทั้งเก๊กฮวยเย็นและชาร้อนค่ะ แต่หลังจากลองแก้วแรกไปแล้ว รู้สึกว่าเก๊กฮวยวานมาก....แก้วสองเป็นต้นไปเปลี่ยนเป็นชาเย็นเป็นที่เรียบร้อยค่ะ เครื่องดื่มที่นี่คิดราคาเหมากานะคะ เพราะฉะนั้นเวลาสั่งมากินไม่หมดเค้าก้อคิดเงินค่ะ ^  ^
 
อาหารที่นี่มีทั้งแบบจัดชุดและสั่งแยกค่ะ สามารถเลือกได้ วันนี้เลือกเมนูเองค่ะ เพราะมีญาติผู้ใหญ่มากันหลายคนเลือกเองจะถูกปากกว่า อาหารถือว่ามาไวใช้ได้ค่ะ นั่งคุยกันพอสนุกสนานอาหารก็ยกมา และหมดเวลาคุย ถึงเวลาลุย....
 
เริ่มด้วยจานแรก....กุ้งทอดราดครีมซอส
 
 
เป็นกุ้งตัวใหญ่ทอดราดน้ำสลัดค่ะ โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบกินน้ำสลัด เลยรู้สึกว่ามันหวานไปหน่อยเพราะราดน้ำสลัดมาเยอะมาก แม้กระทั่งกุ้งที่อยู่ด้านล่าง ใครที่ไม่ชอบ ถ้าจะมากินแนะนำให้สั่งแยกน้ำค่ะ อีกอย่างที่อยากได้เพิ่มคือผักซึ่งให้มาน้อยมากค่ะ กุ้งใส่มาในกระทงเผือกทอด เหมาะมากกับการกินกับน้ำสลัดค่ะ โดยรวมแล้วจานนี้ถือว่าผ่านนะคะ เพราะสุดท้ายเหลือแต่ดอกกุหลาบไว้ให้พอรู้ว่าจานนี้ใส่อะไรมา...=///="
 
จานต่อมาคือ "เป็ดปักกิ่ง" ค่ะ หลักการคล้ายๆ หมูหัน คือหนังมาก่อน ส่วนเนื้อจะเอาไปทำเป็นอาหารต่างๆ มาให้ทางกันค่ะ
 
เปิดด้วย "หนังเป็ดปักกิ่ง"....
 
 
จานนี้เสริ์ฟเป็นคู่พร้อมแผ่นแป้ง (ที่นับมาจำนวนเท่าชิ้นหนังเป๊ะ ไม่ขาด ไม่เกิน -   -") ค่ะ กรอบ อร่อย กินกับแผ่นแป้ง แตงกวา ต้นหอม และน้ำจิ้มรสหวาน อร่อยมากค่ะ แ ต่เป็นคนไม่ชอบกินหวานจึงตัดด้วยพริกดองเล็กน้อย ก้อเข้ากันดีนะคะ หวานๆ เปรี้ยวๆ ใครจะลองดูบ้างก็ไม่ว่ากันค่ะ จานนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ กินเล่นๆ จานต่อไปมาเสิร์ฟแล้ว....ไปดูกันต่อดีกว่า....
 
เพื่อกันฝืดคอ เราจึงมีอะไรต้มๆ มาบ้าง...นั่นคือ..."เต้าหู้เห็ดหอมน้ำแดง"
 
 
ชามนี้ตามชื่อเป๊ะค่ะ...เป็นเต้าหู้อ่อน สอดไส้ลูกชิ้นกุ้ง ต้มกับเห็ดหอมดอกใหญ่ๆ จานนี้ไม่มีข้อติค่ะ อร่อย โดยเฉพาะลูกชิ้นกุ้ง มีเนื้อกุ้งแทรกอยู่ด้วย *  0  * และปริมาณเยอะค่ะแบ่งกันแปดคน ได้คนละสองถ้วย รสชาดดี ปริมาณเยอะ แต่อย่าเพิ่งอิ่มค่ะ เพราะจานต่อไปมาแล้ว....
 
เชิญพบกับ..."เป็ดปักกิ่งทอดกระเทียม" ^   ^
 
 
จานนี้ไม่ค่อยผ่านเท่าไหร่ค่ะ เพราะโดยปกติเป็นคนชอบกินกับ ไม่ชอบกินข้าว แต่สำหรับจานนี้ต้องกินกับข้าวค่ะ เพราะเค็มมาก...กินเล่นๆ ไม่ไหวจริงๆ ค่ะ แต่พอสั่งข้าวเปล่ามากินด้วย คลุกๆ กับข้าวสวยร้อนๆ อืมมมม อร่อยแฮะ ^///^ แต่ไม่เป็นไร เนื้อเป็ดยังไม่หมด แต่เรามาดูอาหารจานต่อไปกันดีกว่า...
 
สลับมาเป็นจานปลาบ้างดีกว่า...จานแรกคือ "ปลาเก๋าสามรส" ค่ะ
 
 
น้ำสามรสที่ราดจานนี้ไม่หวาน ไม่เผ็ดมากเกินไปค่ะ รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ กำลังดี ปลาทอดได้ที่ อร่อยมากมายค่ะ ไม่ขออธิบายมาก สรุปได้คำเดียวว่า อร่อย แล้วจานปลาอีกจานก็มา
 
นั่นคิอ "ปากระพงนึ่งซีอิ๊ว"
 
 
จานนี้ก้ออร่อยอีกเช่นกัน กินเปล่าๆ ก้อพอดี ไม่เค็มจนเกินไป เนื้อปลานึ่งได้ที่ โรยหน้าด้วยขิงและกุ่ขช่าย กินหมดคัว มีการแย่งชิงแก้มกันเล็กน้อย หุ หุ สุดท้าย เหลือแต่แก้ม....จะบอกว่าไม่อร่อยก้อคงไม่ได้ล่ะเนาะ

สองจานสุดท้ายทำมาจากเป็ดปักกิ่งทั้งดู่ค่ะ
จานแรกคือ "เมี่ยงเป็ด"
 
 
เป็นเนื้อเป็ดสับผัดกับเครื่องเทศและผักหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ค่ะ กินไปอาจคิดไม่ถึงว่าเป็นเนื้อเป็ด เพราะนุ่มมาก ไม่มีความเหนียวแม้แต่น้อยค่ะ กินคู่กับหมี่ขาวทอดกรอบและผักกาดแก้ว ข้อเสียคือที่นี่ประหยัดผักแกล้มทุกอย่าง นักกินผักอาจไม่ปลื้ม หรือคนที่นิยมกินอาหารจีนต้นตำหรับที่เนน้นทอด หรือผัดมันๆ อาจไม่ปลื้มเท่าไหร่ เพราะจานนี้เหมาะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพพอสมควรค่ะ

จานสุดท้ายคือ "บะหมี่เป็ดฮกเกี้ยน"
 
 
จานนี้ไม่บอกจะต้องคิดว่าเป็นหมูหมักแน่นอน เนื้อนุ่มมากถึงมากที่สุด ส่วนเนื้อเป็ดอร่อยค่ะ แต่เส้นหมี่มีกลิ่นเล็กน้อยเลยไม่ค่อยถูกปากวัย (รุ่น) อย่างเราเท่าไหร่ 555 แต่ผู้ใหญ่ชื่นชอบกันอย่างมาก กินแกล้มกับตะน้าผัดก้านใหญ่มาก ก็แล้วแต่รสนิยมแต่ละคนนะคะ

มาถึงจุดที่ทุกคนสงสัย ราคาค่าอาหาร แน่นอนว่าเป็นภัตาคารในโรงแรมราคาไม่ถูกแน่นอน ที่เอามาให้ดูนี้ สั่งมาสองชุด กินกัน 16 คน คิดค่าเสียหายประมาณ 8 พัน ค่ะ (ราคาไม่แน่ใจว่าเจ้าภาพปัดขึ้นหรือปัดลง เพราะเรามากินฟรี เลยไม่รู้ราคาที่แท้จริง 555)
 
สรุปแล้วอาหารมื้อนี้ รสชาดดี บริการเยี่ยม อิ่ม อร่อย กันทุกคน แต่ราคา อืม...เก็บไว้เป็นตัวเลือกเวลาโอกาสพิเศษจริงๆ ก้อพอได้นะคะ ราคาไม่แพงเกินไป เมื่อคิดว่านี่เป็นภัตตาคารในโรงแรม แต่คงไม่สามารถกินกันได้บ่อยๆ ค่ะ จบการรีวิวภัตตาคาร East Ocean ในโรงแรม SC Park Hotel แต่เพียงเท่านี้ คราวหน้าจะมาแนะนำร้านเล็กกุ้งเผาตอน 2 กับอาหารชนิดอื่นๆ ค่ะ....พบกันใหม่ เมื่อมีเวลา ^  ^

edit @ 18 Apr 2011 23:57:55 by -Vo0-Do0-GiRl-